อยากเข้าตลาดหลักทรัพย์ บริษัทต้องมีกำไรเท่าไร

อยากเข้าตลาดหลักทรัพย์ บริษัทต้องมีกำไรเท่าไร

อยากเข้าตลาดหลักทรัพย์ บริษัทต้องมีกำไรเท่าไร

IPO (Initial Public Offering) หรือการนำบริษัทเข้าตลาดหุ้น เป็นเป้าหมายที่หลายบริษัทและผู้ประกอบการต่าง ๆ คาดหวัง เพราะมันช่วยให้บริษัทได้รับเงินทุนและมีโอกาสขยายธุรกิจให้เติบโตมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจสตาร์ทอัพที่ยึดคำว่า IPO เป็นตัวชี้วัดถึงความสำเร็จของบริษัท แต่คำถามสำคัญก็คือว่า “แล้วบริษัทจะต้องมีกำไรมากเท่าไรถึงจะเข้า IPO ได้”

คำว่า IPO (Initial Public Offering) หมายถึง การนำหุ้นของบริษัทไปเสนอขายให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก โดยที่มีจุดประสงค์ในการระดมเงินทุนเพิ่มเติม ประเทศไทยนั้นมีตลาดหลักทรัพย์ 2 แห่งด้วยกัน คือ SET และ mai หากอยากนำบริษัทเข้าไปใน 2 ตลาดนี้ เราจะต้องทำให้บริษัทของเรามีสถานะเป็น “บริษัทมหาชนจำกัด” เสียก่อน

อยากเข้าตลาดหลักทรัพย์ บริษัทต้องมีกำไรเท่าไร

สำหรับ SET บริษัทต้องมีผลการดำเนินงานมากกว่า 3 ปี โดยอยู่ภายใต้การจัดการของกรรมการและผู้บริหารส่วนใหญ่กลุ่มเดียวกันมาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 1 ปี ก่อนยื่นคำขอ และมีกำไรสุทธิรวม 2 หรือ 3 ปีล่าสุด รวมกันแล้วมากกว่า 50 ล้านบาท ในปีล่าสุดจะต้องมีกำไรสุทธิมากกว่า 30 ล้านบาท รวมไปถึงจะต้องมีกำไรสุทธิงวดสะสมล่าสุดเป็นบวก ส่วนทุนชำระแล้วหลัง IPO จะต้องมีมากกว่า 300 ล้านบาท

แต่สำหรับ mai ที่เป็นตลาดหุ้นขนาดรองของประเทศไทย ก็จะไม่ได้มีเกณฑ์ผลประกอบการที่ต้องยื่นต่อตลาดสูงเท่ากับ SET โดย mai ได้กำหนดว่าบริษัทต้องมีผลการดำเนินงานมากกว่า 2 ปี โดยอยู่ภายใต้การจัดการของกรรมการและผู้บริหารส่วนใหญ่กลุ่มเดียวกันมาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 1 ปีก่อนยื่นคำขอ ต้องมีกำไรสุทธิในปีล่าสุดมากกว่า 10 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิในงวดสะสมล่าสุดเป็นบวก ส่วนทุนชำระแล้วหลัง IPO ก็จะต้องมีมากกว่า 50 ล้านบาท

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้แล้ว หลายคนอาจจะเข้าใจว่าการที่บริษัทจะสามารถเข้า IPO ได้ จะต้องเป็นบริษัทที่มีกำไรเท่านั้น แล้วบริษัทสตาร์ทอัพที่ไม่ได้มีกำไรสูงมากนัก หรือบางแห่งมีผลประกอบการขาดทุน แล้วบริษัทเหล่านี้จะสามารถยื่น IPO ได้ยังไง ?

บริษัทที่ขาดทุนหรือไม่ได้มีผลกำไรสูงมากนัก สามารถยื่นใช้ “เกณฑ์มูลค่าตลาด” ในการ IPO ได้ โดยสำหรับ SET จะต้องมีมูลค่าตลาดตอน IPO มากกว่า 7,500 ล้านบาท มีผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจนถึงวันที่มีการสั่งรับเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน มีรายได้จากการดำเนินงานหรือสินทรัพย์ส่วนใหญ่อยู่ภายใต้อุตสาหกรรมที่กำหนด โดยจะต้องมีกำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) ในปีล่าสุดและงวดสะสมล่าสุดเป็นบวก

ส่วน mai จะต้องมีมูลค่าตลาดตอน IPO มากกว่า 1,000 ล้านบาท และต้องมีกำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) ในปีล่าสุดและงวดสะสมล่าสุดเป็นบวกเช่นเดียวกันเกณฑ์ที่เราได้กล่าวไปนั้นเป็นเพียงหนึ่งในข้อกำหนดในการนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์เท่านั้น เพราะการ IPO ยังมีเกณฑ์อื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงบการเงิน การกำกับดูแลกิจการและการควบคุมภายใน การบริหารงาน ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทที่จะเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แต่อย่าลืมว่าต้นทุนที่จะตามมาหลังจากนี้คือต้นทุนการเปิดเผยข้อมูล รวมไปถึงการขาดความอิสระในการบริหารงาน เนื่องจากบริษัทได้มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามามีส่วนร่วมเป็นจำนวนมาก นั่นก็คือผู้ถือหุ้นที่เป็นสาธารณชนนั่นเอง…

ตลาดหลักทรัพย์

ขอบคุณข้อมูลจาก

. . .

เรียบเรียงบทความโดย
กองบรรณาธิการ 7D Book

• อ่านบทความอื่น ๆ ต่อได้ที่ https://7dhub.com/blog/

• สั่งซื้อหนังสือออนไลน์ https://www.7dbookanddigital.com/

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to Top