เร่งงานวิจัยให้เสร็จเร็วขึ้น 10 เท่า ปฏิวัติวงการวิจัยโดยใช้ AI เป็นผู้ช่วย

เร่งงานวิจัยให้เสร็จเร็วขึ้น 10 เท่า ปฏิวัติวงการวิจัยโดยใช้ AI เป็นผู้ช่วย

เร่งงานวิจัยให้เสร็จเร็วขึ้น 10 เท่า ปฏิวัติวงการวิจัยโดยใช้ AI เป็นผู้ช่วย เมื่อโลกเข้าสู่ยุค AI อย่างเป็นทางการ ผู้คนหลายสาขาอาชีพเริ่มหันมาใช้ AI กันมากขึ้น ทั้งในด้านการเขียนคอนเทนต์ วาดภาพ แต่งเพลง เขียนหนังสือ หรือช่วยวิเคราะห์ข้อมูล โดยเฉพาะทางด้านการตลาด ซึ่ง AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว ช่วยให้นักการตลาดสามารถเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคได้อย่างลึกซึ้งและทันต่อการเปลี่ยนแปลง

แต่ทำไมในด้านการทำงานวิจัย คนส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยใช้ AI กัน ?

ตอนนี้ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อผู้คนในทุกสายอาชีพ และยังเป็นการเปลี่ยนแปลงก้าวสำคัญของแวดวงการศึกษาอีกด้วย เรามาดูกันว่า อาจารย์ปุจ ดร.สุขยืน เทพทอง ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัย มีมุมมองต่อ “ทิศทางการใช้ AI สำหรับการวิจัยในประเทศไทย” อย่างไรบ้าง

เร่งงานวิจัยให้เสร็จเร็วขึ้น 10 เท่า ปฏิวัติวงการวิจัยโดยใช้ AI เป็นผู้ช่วย

ประเด็นหนึ่งที่พบก็คือ ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับ AI สำหรับการวิจัยค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับข้อมูลเกี่ยวกับ AI ทั่วไป ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะคนที่สนใจ AI สำหรับการวิจัยมีน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ในประเทศไทย ส่วนใหญ่จะพบข้อมูลเกี่ยวกับ AI ทั่วไป เช่น ChatGPT, Bing, Bard ซึ่งเป็นฝั่งของ Creativity อย่างเดียว อาจจะไม่เหมาะสำหรับการวิจัย

หากท่านเริ่มใช้ AI ในการวิจัยในวันนี้ ท่านยังถือเป็นกลุ่มแรก ๆ ของประเทศไทยที่ใช้ AI ในการวิจัย และเชื่อได้เลยว่า AI จะเข้ามามีบทบาทในทุกวงการ รวมถึงการวิจัยด้วยเช่นเดียวกัน เพียงแต่ในประเทศไทยยังเป็นดินแดนที่เรายังไม่ได้ใช้ AI ให้เป็นประโยชน์มากนัก ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายทีเดียว

มีมุมมองหนึ่งเกี่ยวกับการใช้ AI กับการวิจัยที่มักกังวลกันว่าจะทำให้งานวิจัยกลายเป็นการ Copy หรือเกิด Plagiarism หรือไม่ ซึ่งผมมองว่าอาจจะเป็นคนละประเด็นกัน ไม่ว่าเราจะใช้ AI หรือเครื่องมืออื่นใดในการช่วยวิจัย สุดท้ายแล้ว AI ก็เป็นเพียงเครื่องมือที่ช่วยอำนวยความสะดวกเท่านั้น เรายังคงต้องย้อนกลับไปดูต้นทางงานวิจัยด้วยตัวเอง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยตัวเอง และเขียนสรุปผลด้วยตัวเองอยู่ดี

ดังนั้น บทบาทของ AI ในการวิจัยจึงไม่ใช่ Co-Author หรือนักวิจัยร่วม แต่เป็นเพียงผู้ช่วยที่อาจจะช่วยเสนอไอเดีย อาจจะช่วยเขียนเป็นไกด์ไลน์บางส่วน แต่ทั้งหมดทั้งมวลเราเป็นผู้รับผิดชอบ 100% ที่จะต้องเรียบเรียงใหม่ เขียนใหม่เป็นภาษาของเราเอง และการใช้ AI กับการวิจัยจะต้องไม่ให้เกิดปัญหา Plagiarism ผลงานวิจัยที่ได้จะไม่มีสีดำหรือสีเทา

เมื่อพูดถึง AI สำหรับงานวิจัย คงไม่มีตัวเลขที่ชัดเจนว่าคนในประเทศไทยใช้ AI กันมากน้อยเพียงใด แต่จากการสอบถามเวลาไปบรรยาย หรือแม้แต่บรรดาอาจารย์ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ผมคิดว่าไม่เกิน 1% ซึ่งนับว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับศักยภาพของ AI ที่มีล้นเหลือแต่เรากลับไม่ได้ใช้ ผมเป็นห่วงว่างานวิจัยของเราอาจล่าช้า และบางคนรู้สึกทุกข์ทรมานในการทำงานวิจัย ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะงานวิจัยเป็นเรื่องที่ดีงาม อยากส่งเสริมให้ทุกคนทำวิจัยได้อย่างมีความสุข สามารถที่จะผลิตผลงานที่มีคุณภาพทั้งในเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณที่มากขึ้น

เทคนิคในการใช้ AI สำหรับการทำงานวิจัยเป็นเทคนิคที่ผมอยากให้ทุกท่านเข้าใจ โดยเฉพาะบรรดาท่านอาจารย์ต่าง ๆ รวมทั้งนักวิจัยมืออาชีพด้วย ผมแบ่งแบบนี้ครับ ถ้าใครที่เคยเรียนกับผมมาบ้างก็อาจจะเคยเห็นโมเดลนี้ เดี๋ยวผมจะอธิบายอีกครั้งสำหรับใครที่ยังไม่เคยเห็นนะครับ

เร่งงานวิจัยให้เสร็จเร็วขึ้น 10 เท่า ปฏิวัติวงการวิจัยโดยใช้ AI เป็นผู้ช่วย

AI ในการทำงานวิจัย สามารถแบ่ง AI ออกเป็นสองกลุ่มหลัก ๆ ดังนี้

1 | AI Creativity

ตัวอย่าง AI ในกลุ่มนี้ ได้แก่ ChatGPT, Claude, Bard, Bing, Perplexity, etc. AI ในกลุ่มนี้สามารถช่วยเราสร้างไอเดียใหม่ ๆ ให้กับงานวิจัยของเราได้ เช่น สมมติว่าองค์กรของเรากำลังประสบปัญหาพนักงาน Burnout ภาวะผู้นำมีปัญหา และนโยบายไม่ชัดเจน แต่กระบวนการทำงานและวัฒนธรรมองค์กรยังดีอยู่ เราสามารถใช้ AI Creativity ช่วยเสนอหัวข้อการวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ดีขึ้นหน่อยได้ไหม หรือแม้กระทั่งให้ช่วยหาช่องว่างทางการวิจัย ไม่ว่าจะเป็นช่องว่างกลุ่มตัวอย่าง ช่องว่างระเบียบวิธี โดยเฉพาะช่องว่างในเชิงทฤษฎี หรือสามารถให้ช่วยวิเคราะห์ว่าจาก 2 ทฤษฎี จะสามารถเติมเต็มกันได้อย่างไรบ้าง

สังเกตว่า AI Creativity จะโดดเด่นในเรื่องความคิดสร้างสรรค์ และช่วยเสนอไอเดียให้เราได้ดีมาก แต่ก็อาจจะมีข้อจำกัดในเรื่องของการอ้างอิง

2 | AI Academics

ตัวอย่าง AI ในกลุ่มนี้ ได้แก่ SciSpace, Scite, Elicit, Scholarcy, Consensus, etc.

ประโยชน์หลักคือการทบทวนวรรณกรรม การหาข้อมูล และเป็นข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ได้รับการยอมรับทางวิชาการความโดดเด่นของ AI กลุ่มนี้คือ จากเดิมที่เราจะต้องไปค้นหาข้อมูลในฐานข้อมูลต่าง ๆ ที่เข้าถึงค่อนข้างยาก นอกจากนี้ ลักษณะร่วมของ AI Creativity กับ AI Academics ส่วนใหญ่ยังมีรูปแบบการให้บริการแบบ Freemium นั่นคือสามารถใช้งานฟรีได้บางส่วน แต่หากต้องการใช้ฟีเจอร์เพิ่มเติมจะต้องเสียค่าใช้จ่าย โดยโดยทั่วไปแล้วฟีเจอร์ฟรีก็เพียงพอต่อการใช้งานสำหรับงานวิจัยในระดับปริญญาโทหรือปริญญาเอก หรือการใช้งานในแต่ละวันที่ไม่มากนัก

เร่งงานวิจัยให้เสร็จเร็วขึ้น 10 เท่า ปฏิวัติวงการวิจัยโดยใช้ AI เป็นผู้ช่วย

ผมไม่แนะนําการใช้ AI Creativity หรือ AI Academics ฝั่งใดฝั่งหนึ่งเพียงอย่างเดียว ในการช่วยทำงานวิจัย

เพราะแต่ละฝั่งมีข้อจำกัดและจุดเด่นที่แตกต่างกัน ในขณะที่นักวิชาการบางกลุ่มก็จะนิยมใช้ AI Academics และไม่ยอมรับ AI Creativity ก็จะทำให้สูญเสียโอกาสในการที่จะใช้ศักยภาพของอีกกลุ่มหนึ่งไป

หากเราสามารถใช้ AI ทั้งสองกลุ่มร่วมกันได้อย่างชาญฉลาด เลือกใช้คำถามให้เหมาะสม เราอาจใช้ AI Creativity ในการระดมความคิดเกี่ยวกับหัวข้องานวิจัย จากนั้นนำข้อมูลบางส่วนไปหาข้อมูลเพิ่มเติมในฝั่ง AI Academics เพื่อหาอ้างอิง แล้วจึงนำข้อมูลทั้งสองฝั่งมาเขียนใหม่หรือเรียบเรียงใหม่ เพื่อให้งานวิจัยมีความสมบูรณ์และถูกต้องตามหลักวิชาการ งานวิจัยของเราก็จะเสร็จอย่างรวดเร็วและมีคุณภาพสูง เพราะเราจะได้ไอเดียใหม่ ๆ จากฝั่ง AI Creativity และข้อมูลอ้างอิงที่เป็นปัจจุบันจากฝั่ง AI Academics

เราต้องยอมรับว่ามนุษย์มีข้อจำกัดค่อนข้างมาก โดยเฉพาะนักวิจัยมือใหม่ที่ต้องการที่ปรึกษา หรือแม้แต่นักวิจัยมืออาชีพก็ใช้เวลาสั่งสมความรู้หลายสิบปีกว่าจะเข้าใจงานวิจัยได้ลึกซึ้ง การปรึกษา AI หรือให้เขาช่วยหาข้อมูลจึงเป็นเรื่องพื้นฐาน เช่นเดียวกับการที่เราใช้ Google ในการหาข้อมูลแล้วนำมาวิเคราะห์ การใช้ AI มันไม่ได้มีอะไรพิสดารไปกว่านั้น เพียงแต่ AI มีความฉลาดในการดึงข้อมูลมาให้เรา ทำให้ทำงานได้สะดวกรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการแปลภาษาหรือช่วยเรียบเรียงบางประเด็น ผมจึงอยากให้เราลองฝึกฝนการใช้ AI เพื่อทำการวิจัย ซึ่งจะช่วยให้งานวิจัยของเราเสร็จเร็วขึ้นไม่น้อยกว่า 10 เท่า หรืออาจจะเร็วเกินกว่าที่เราจะจินตนาการได้

กลัวไม่จบปริญญาโท ปริญญาเอก
เพราะติดปัญหางานวิจัย
นี่คือทางออก นี่คือสิ่งที่คุณต้องการ
หากคุณต้องการจบเร็วที่สุดและแน่นอนที่สุด
เร่งงานวิจัยให้เสร็จเร็วขึ้น 10 เท่า ปฏิวัติวงการวิจัยโดยใช้ AI เป็นผู้ช่วย
สร้างทักษะการใช้ AI ทำงานวิจัย
หลักสูตรออนไลน์ที่ออกแบบโดย
อาจารย์ปุจ ดร.สุขยืน เทพทอง
ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัย กลยุทธ์ และพัฒนาธุรกิจ 10 X โดยใช้ AI

รายละเอียดหลักสูตร ➤ https://shorturl.asia/xsGWy
เร่งงานวิจัยให้เสร็จเร็วขึ้น 10 เท่า ปฏิวัติวงการวิจัยโดยใช้ AI เป็นผู้ช่วย
สมัครเรียน สแกน QR Code ด้านบน
หรือคลิกที่ลิงก์ ➤ https://lin.ee/QOJZpRO 
และพิมพ์คำว่า “จบแน่”

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to Top