9 ทักษะ ที่คนทำคอนเทนต์ต้องรู้ สร้างแบรนด์ เพิ่มยอดขาย รับปี 2024

9 ทักษะ ที่คนทำคอนเทนต์ต้องรู้ สร้างแบรนด์ เพิ่มยอดขาย ปรับตัวให้ทันรับปี 2024 !

9 ทักษะ ที่คนทำคอนเทนต์ต้องรู้ สร้างแบรนด์ เพิ่มยอดขาย รับปี 2024

โลกหมุนไวขึ้นทุกวัน คู่แข่งของคุณกำลังก้าวไปข้างหน้า อย่าตกหลุมพลางเพราะยึดติดอยู่กับคลังความรู้ชุดเดิม ๆ เทคนิคที่เคยใช้แล้วได้ผล อาจล้าสมัยเกินไปแล้ว อย่าปล่อยให้ความเชี่ยวชาญของคุณ กลายเป็นแค่ข้อมูลเก่าเก็บที่ไร้ประโยชน์ อย่าเสียเวลาแต่ได้ผลลัพธ์เท่ากับศูนย์ มาดูกันว่าเราต้องเพิ่มเติมทักษะด้านไหนบ้าง

เขียนคอนเทนต์ให้ได้ผู้ติดตาม สร้างแบรนด์ปัง อยากปรับตัวให้ทัน ต้องเปลี่ยนให้เร็ว

และนี่คือ 9 ทักษะสำคัญ ที่คนทำคอนเทนต์ต้องรู้ เพื่อปรับตัวให้ทันต้อนรับปี 2024

9 ทักษะ ที่คนทำคอนเทนต์ต้องรู้ สร้างแบรนด์ เพิ่มยอดขาย รับปี 2024

1. ระบุวัตถุประสงค์ให้ชัด ทำคอนเทนต์ไปเพื่ออะไร ?

การวิเคราะห์จุดมุ่งหมาย เพื่อตอบคำถามว่า “เราทำคอนเทนต์ไปเพื่ออะไร?” อาจเป็นทักษะขั้นพื้นฐานที่หลายคนคิดว่าไม่สำคัญและมองข้ามมันไปเสมอ แต่การไม่ระบุวัตถุประสงค์ให้แน่ชัดก่อนทำคอนเทนต์นั้นส่งผลเสียตามมามากกว่าที่คิด เพราะคอนเทนต์ที่คุณทุ่มเทสร้างขึ้นมา อาจไม่มีคนกดถูกใจ ไม่มีคนคอมเมนต์ ไม่มีใครมองเห็น และไม่มีใครต้องการ 

ก่อนลงมือทำคอนเทนต์ คุณต้องระบุวัตถุประสงค์ให้ชัดเจนเสมอว่าจะนำไปใช้สำหรับทำอะไร ปลายทางคืออะไร เพราะคอนเทนต์แต่ละรูปแบบมีวิธีการเขียนแตกต่างกัน ใช้รูปภาพประกอบแตกต่างกัน รวมถึงช่องทางการเผยแพร่ก็แตกต่างกันด้วย

ลองวิเคราะห์แล้วลิสต์ออกมาเป็นข้อ ๆ เช่น

• เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ 

• เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์

• เพื่อรักษาผู้ติดตามเดิม

• เพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อสินค้า

2. กลุ่มเป้าหมายเป็นใคร ต้องการอะไร ? 

ทักษะขั้นต่อมาคือการ “วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย พวกเขาเป็นใคร อยากรู้เรื่องอะไร” หลายคนอาจเคยใช้วิธีเดิม ๆ คือการมองภาพรวมและกำหนดกลุ่มเป้าหมายคร่าว ๆ เช่น ผู้หญิง ผู้ชาย วัยเรียน หรือวัยทำงาน แต่ในปี 2024 การมองแค่ภาพรวมนั้นไม่เพียงพออีกต่อไปแล้ว เพราะยิ่งคุณรู้ข้อมูลของกลุ่มเป้าหมายน้อยแค่ไหน ก็ยิ่งเสียเปรียบคู่แข่งในตลาดมากเท่านั้น 

ข้อมูลเชิงลึกของกลุ่มเป้าหมาย คือใบเบิกทางในการทำธุรกิจ คุณจะทำคอนเทนต์ออกมาโดนใจกลุ่มเป้าหมายหรือไม่ ขายสินค้าได้หรือเปล่า ขึ้นอยู่กับว่าคุณรู้จักกลุ่มเป้าหมายของตัวเองดีแค่ไหน เพราะคนแต่ละกลุ่มต้องการคอนเทนต์ไม่เหมือนกัน วิธีการง่าย ๆ คือระบุกลุ่มเป้าหมายให้สอดคล้องกับสินค้าที่ต้องการขาย วิเคราะห์ให้ชัดว่าเขาเป็นใคร โดยอาศัยเรื่อง Demographics หรือข้อมูลประชากร เช่น เพศไหน ที่อยู่อาศัย ช่วงอายุเท่าไร รายได้เท่าไร สนใจเรื่องอะไร ชอบรูปภาพสไตล์ไหน มีงานอดิเรกหรือใช้โซเชียลช่องทางไหนบ้าง 

ตัวอย่าง : หากคุณต้องการขายอาหารสำหรับสุนัขพันธุ์ใหญ่ กลุ่มเป้าหมายคือคนทุกเพศ ช่วงอายุประมาณ 20-45 ปี อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ สนใจเรื่องการดูแลสุนัข งานอดิเรกคือการฝึกสุนัขและออกกำลังกาย ตัวอย่างหัวข้อที่คนรักหมาถูกใจและหยุดอ่านทันที คือ

– เลือกปลอกคออย่างไรให้น้องหมาไม่อึดอัด

– โรคพิษสุนัขบ้าระบาดหนัก พาน้องหมาไปฉีดวัคซีนที่ไหนดี

– 5 ร้านตัดขนสุนัข บริการดี ราคาคุ้ม

– พาส่องร้านอาหาร Pet Friendly น้องหมาเข้าได้

– ปักหมุดสถานที่ออกกำลังกาย มีจุดพาน้องหมาวิ่ง

Checklist วิธีเขียนให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย

✓ ประเด็นต้องโดนใจ เลือกหัวข้อที่มั่นใจว่ากลุ่มหมายจะหยุด หรือกดค้นหา 

✓ พูดถึง “ปัญหา” ของพวกเขา และบอกว่าคุณกำลังจะช่วยพวกเขาแก้ปัญหาได้อย่างไร?

✓ พูดถึง “เป้าหมาย” ของพวกเขา และบอกว่าคุณจะช่วยให้พวกเขาบรรลุเป้าหมายได้ด้วยวิธีไหน?

✓ กลุ่มเป้าหมายชอบสไตล์การเขียนหรือน้ำเสียงแบบไหน เลือกใช้ให้ถูกจุด

หรืออาจใช้วิธีง่าย ๆ เพื่อเข้าใจความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย นั่นคือ การตั้งคำถามไปตรง ๆ เลยว่าลูกเพจอยากรู้เรื่องไหน หรือการส่องกระทู้ในเว็บไซต์ที่มีคนเข้าไปตั้งคำถามถกประเด็นกันเยอะ ๆ อย่างเช่น Pantip หรืออาจส่องจากเพจดังที่มีแนวทางคล้าย ๆ กัน เพื่อดูว่าพวกเขาสนทนาเรื่องอะไรกันบ้าง

9 ทักษะ ที่คนทำคอนเทนต์ต้องรู้ สร้างแบรนด์ เพิ่มยอดขาย รับปี 2024

3. คอนเทนต์แบบไหนดี ? เลือกรูปแบบที่ใช่และตอบโจทย์

สำหรับผู้ที่เพิ่งสร้างงเพจหรือสร้างตัวตนบนโซเชียลใหม่ ๆ หากยังจับทางไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรโพสต์คอนเทนต์รูปแบบไหนบ้าง กลัวทำแล้วแป๊ก กลุ่มเป้าหมายไม่สนใจ ขอบอกเลยว่า “อย่าไปกลัว” ระยะแรกเราต้อง การทดลอง เรียนรู้ แล้วถ้าไม่สำเร็จ ค่อยนำมาปรับปรุงในภายหลัง (บางทีก็ต้องลองผิดลองถูกกันบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา) เมื่อลองทำคอนเทนต์หลาย ๆ รูปแบบแล้วคุณจะเริ่มจับทางได้เองว่าแบบไหนที่กลุ่มเป้าหมายชอบ โดยดูจาก Engagement rate หรืออัตราการมีส่วนร่วมที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคอมเมนต์ ไลค์ หรือแชร์ 

โดยรูปแบบคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน จะมีทั้งการเขียน รูปภาพ คลิปเสียง และคลิปวิดีโอ โดยหลัก ๆ เราจะแบ่งเป็น 2 ประเภท นั่นคือ 

(1) Short-Form Content (รูปแบบสั้น) 

ลักษณะของการเขียน Short-Form คือ รายละเอียดน้อย มีความยาวเพียงไม่กี่ประโยค อาจเป็นการสรุปข้อมูลหรือเนื้อหาสำคัญในรูปแบบที่กระชับ ทำให้ผู้อ่านหรือผู้ชมเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว เช่น 

– การเขียนแคปชันสั้น ๆ ประกอบรูปภาพ

– การสรุปข้อมูลยาว ๆ เป็น Infographic 

– การเขียนคำโฆษณา

– การเขียนหัวข้อข่าวและสรุปสั้น ๆ

(2) Long-Form Content (รูปแบบยาว)

ลักษณะของการเขียน Long-Form คือ มีรายละเอียดเยอะ มักมีความยาวมากกว่า 1,000 คำ ต้องใช้เวลาในการสร้างเนื้อหานานขึ้น นำเสนอข้อมูลหรือเรื่องราวในลักษณะที่เน้นความลึกและให้รายละเอียดมาก ๆ เพื่อสร้างความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เช่น 

– การเขียนบทความยาวในเว็บไซต์หรือบล็อก 

– การเขียนรายงานวิจัย

– การเขียนโพสต์ให้ความรู้ยาว ๆ

– หนังสือคู่มือ หรือ E-Book 

– การทำ Podcast ที่มีหลายตอน

อย่างไรก็ตาม การทำคอนเทนต์ไม่ควรมีเนื้อหาหนัก ๆ ทุกโพสต์ แต่ก็ไม่ควรสั้นเกินไปจนกลุ่มเป้าหมายไม่อยากติดตาม ลองทำคอนเทนต์ให้หลากหลาย สั้นบ้าง ยาวบ้าง และคอยเช็ก Engagement rate อยู่เสมอ  

4.  มีทักษะวิเคราะห์ข้อมูล ทดสอบ A/B Testing เป็น

แม้คุณจะรู้ปัญหาของกลุ่มเป้าหมาย และมั่นใจว่าสามารถทำคอนเทนต์ได้ตรงใจมากที่สุดแล้ว แต่ทักษะด้านการวิเคราะห์ข้อมูล รวมถึงการทดสอบกลยุทธ์หรือ A/B Testing นั้นคือสิ่งที่สำคัญมาก

A/B Testing เป็นกระบวนการที่ใช้ในการทดสอบและวิเคราะห์ผลทางการตลาด เพื่อปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพของเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือวัตถุประสงค์ในการตลาดอื่น ๆ โดยเราจะทำการเปรียบเทียบตัวแปรสองรูปแบบ เช่น สร้างแคมเปญคอนเทนต์การตลาดขึ้นมา 2 รูปแบบ คือ เวอร์ชัน A และ B เพื่อวัดผลว่ารูปแบบไหนสามารถทำงานได้ดีกว่าหรือเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่า 

เมื่อการทดสอบเสร็จสิ้นและมีข้อมูลเพียงพอสำหรับการวิเคราะห์แล้ว ก็จะนำมาปรับปรุงแก้ไขเพื่อสร้างแคมเปญเวอร์ชันหลักที่ใช้ได้ในระยะยาว

แต่อย่างไรก็ตาม A/B Testing และการวิเคราะห์ข้อมูลนั้นมีรายละเอียดและขั้นตอนยิบย่อย หากคุณอยากเข้าใจทักษะนี้มากขึ้นและไม่ตกเทรนด์ ต้องเร่งศึกษาข้อมูลให้ทันคู่แข่งแล้วล่ะ

9 ทักษะ ที่คนทำคอนเทนต์ต้องรู้ สร้างแบรนด์ เพิ่มยอดขาย รับปี 2024

5. วางแผนเชิงกลยุทธ์ คอนเทนต์ Step 1 – 2 – 3

คุณต้องรู้เทคนิคการวางแผนเชิงกลยุทธ์สำหรับทำคอนเทนต์เพื่อคัดกรองกลุ่มเป้าหมาย และนำทางพวกเขาไปสู่การซื้อสินค้าในระดับราคาที่สูงขึ้น เปลี่ยนผู้เยี่ยมชมคอนเทนต์ธรรมดา ๆ ให้กลายเป็นลูกค้าที่กล้าจ่าย โดยเราจะใช้หลักการทำ Funnel (Content Funnel)

Funnel คอนเทนต์ส่วนใหญ่ประกอบด้วย 3 ขั้นตอน แบ่งเป็นกรวยไล่ลำดับลงไป นั่นคือ 

ด้านบนสุด (Top of Funnel – TOFU) คอนเทนต์เน้นความเข้าใจปัญหาหรือความสนใจของกลุ่มเป้าหมายโดยทั่วไป ยังไม่ต้องกล่าวถึงผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณ

ตรงกลาง (Middle of Funnel – MOFU) เน้นคอนเทนต์ที่ช่วยแสดงคุณค่าของผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณ ชี้ให้เห็นว่าสินค้านั้นจะแก้ปัญหาได้อย่างไร สร้างความรู้สึกคุ้มค่า กระตุ้นความสนใจให้กับผู้เยี่ยมชม โดยการให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้า

ด้านล่าง (Bottom of Funnel – BOFU) มาถึงจุดนี้เราจะแปลงผู้เยี่ยมชมให้กลายเป็นลูกค้า ให้ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการซื้อหรือราคา แนะนำผลิตภัณฑ์หรือบริการอย่างตรงไปตรงมากับกลุ่มเป้าหมายที่มีความสนใจและมีโอกาสจ่ายเงินมากที่สุด

เมื่อมีการไล่ระดับตาม Funnel แบบนี้แล้ว การวางแผนคอนเทนต์จึงต้องถูกแบ่งออกเป็น 3 Step ด้วยเช่นกัน แต่ละควรเขียนเรื่องอะไร เขียนแบบไหน ให้ท่องไว้ว่าต้องเชื่อมโยงกับแผน Funnel ที่เราวางไว้เสมอ

. . .

6. อธิบายเรื่องยาก ให้ทุกคนเข้าใจง่าย

หลายครั้งที่ผู้เชี่ยวชาญเผลอเล่าเรื่องยาก ๆ ให้ฟังดูยากยิ่งกว่าเดิม เพราะเคยชินกับความรู้ที่ตนมี จนมองข้ามผู้ฟังที่เริ่มต้นจากศูนย์และกำลังสับสนกับข้อมูลมากมายที่ได้รับมา เพราะฉะนั้น หากคุณจะเล่าเรื่องหรือสอนเทคนิคให้กับใครสักคน ขอให้จำไว้ว่าพื้นฐานความรู้ของคนเรานั้นแตกต่างกัน 

คนรู้เยอะ สอนคนรู้น้อย ต้องเล่าให้ง่าย ไม่ซับซ้อน ไม่ใช้ศัพท์เทคนิคมากเกินไป ลำดับความแบบ Step by step บอกทีละขั้นตอน ไม่ต้องรีบร้อน ให้ลองนึกภาพว่าคุณกำลังเล่าเรื่องให้เด็กอายุห้าขวบฟัง คุณจะใช้คำไหนบ้าง? จะอธิบายสิ่งต่างๆ อย่างไรให้เด็กเข้าใจ? 

หากคุณไม่แน่ใจว่าการเขียนหรือการพูดของคุณนั้นเข้าใจง่ายแค่ไหน ลองขอให้คนอื่นอ่านดู แล้วถามพวกเขาว่ามีส่วนไหนที่ไม่เข้าใจบ้าง คุณอาจลองแบ่งเนื้อหาที่ซับซ้อนออกเป็นส่วนเล็ก ๆ แยกประเด็นให้เข้าใจง่าย หรือใช้การเปรียบเปรยเพื่อช่วยให้ผู้อ่านเห็นภาพมากขึ้นก็ได้

9 ทักษะ ที่คนทำคอนเทนต์ต้องรู้ สร้างแบรนด์ เพิ่มยอดขาย รับปี 2024

7. ตามทัน Ai ปรับใช้อย่างชาญฉลาด

ไม่ว่าคุณจะชอบ AI หรือไม่ ก็ต้องยอมรับว่ามันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการตลาดในยุคปัจจุบันไปแล้ว โดยเฉพาะในปี 2024 ที่ผู้คนจะยิ่งใช้งานกันแพร่หลายมากขึ้น แทนที่จะกลัวเครื่องมือเหล่านี้ เรามาเรียนรู้วิธีใช้มันให้เกิดประโยชน์ นำความสามารถของ AI มาประยุกต์ เพื่อให้คุณสามารถทำงานได้ดีขึ้นและเร็วขึ้นกันดีกว่า 

ยกตัวอย่างการใช้งาน AI ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่าง ChatGPT ที่ช่วยค้นคว้าข้อมูลและเรียบเรียงบทความได้ แม้จะมีข้อจำกัดหลายอย่าง เช่น ข้อมูลที่อัปเดตล่าสุดในปี 2021 แต่เราสามารถนำมันมาปรับใช้ได้โดย 

– ใช้สำหรับตรวจสอบข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ (โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ) เพื่อให้เนื้อหาสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

– สรุปข้อความยาว ๆ เพื่อให้คุณเข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น

– ระดมสมอง รวบรวมข้อมูลอย่างรวดเร็ว เพื่อให้คุณมีไอเดียใหม่ ๆ สำหรับการสร้างคอนเทนต์ 

– สร้างเทมเพลตและเค้าโครง เพื่อประหยัดเวลาในการสร้างเนื้อหาใหม่

– ทำงานเล็กๆ น้อยๆ ซ้ำๆ เช่น การค้นหาข้อมูลและการป้อนข้อมูล ช่วยประหยัดเวลา ให้คุณสามารถหันไปโฟกัสที่งานสร้างสรรค์มากขึ้น

9 ทักษะ ที่คนทำคอนเทนต์ต้องรู้ สร้างแบรนด์ เพิ่มยอดขาย รับปี 2024

8.  SEO และ Organic traffic จะกลายเป็นทักษะพื้นฐานในปี 2024

ทักษะการวิเคราะห์ SEO ขั้นพื้นฐาน และกลยุทธ์สร้าง Organic traffic (ปริมาณการเข้าชมแบบออร์แกนิก) ยังคงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดสำหรับคนทำคอนเทนต์ 

ทำไม Organic traffic จึงสำคัญ?

Organic traffic คือการที่กลุ่มเป้าหมายกดดูหน้าเว็บไซต์หรือคอนเทนต์ของเราเอง โดยที่เราไม่ได้จ่ายค่าโฆษณา ไม่ต้องใช้กิจกรรมการตลาดเพื่อเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมหรือผู้ใช้งาน 

การสร้าง Organic traffic เป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจออนไลน์ เนื่องจากมันช่วยเพิ่มโอกาสให้กลุ่มเป้าหมายเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์และเกิดความสนใจในสินค้าหรือบริการ เป็นช่องทางเพิ่มลูกค้าใหม่โดยไม่ต้องเสียเงินลงทุน และจากการศึกษายังพบว่า 53% ของปริมาณการเข้าชมเว็บไซต์ และ 40% ของรายได้ที่เกิดขึ้นนั้นมาจากการเข้าชมแบบออร์แกนิก ซึ่งการจะสร้าง Organic traffic ได้นั้นจำเป็นต้องมีทักษะเรื่อง SEO ด้วย

ทำไมต้องรู้เรื่อง SEO ?

SEO (Search Engine Optimization) เป็นกลยุทธ์ที่ใช้ในการปรับแต่งหรือปรับปรุงเนื้อหาบนเว็บไซต์ เพื่อให้มีโอกาศขึ้นหน้าหนึ่งในการค้นหามากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะบน Google หรือ Bing ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลที่คนทั่วโลกเลือกใช้ แต่เมื่อพูดถึง SEO สำหรับมือใหม่อาจจะมองว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจยาก แต่ขอให้รู้ไว้เลยว่ามันจะกลายเป็นทักษะขั้นพื้นฐานของคนทำคอนเทนต์ในปี 2024 อย่างแน่นอน 

การเขียนคอนเทนต์ลอย ๆ โดยไม่เข้าใจเรื่องคีย์เวิร์ด ไม่สนใจ Headline ไม่มีการเชื่อมโยง  ไม่รู้จัก Meta descriptions ไม่รู้ว่าต้องใส่รูปภาพอย่างไรให้ตรงกับเงื่อนไข ก็จะมีแต่จะทำให้บทความของคุณนั้นถูกลอยแพ ไม่มีใครพบเห็น เสิร์ชแล้วไม่มีทางขึ้นหน้าหนึ่ง ดังนั้น การเพิ่มเติมทักษะเรื่อง SEO จึงสำคัญอย่างยิ่ง 

แม้ว่าอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ จนส่งผลให้แบรนด์ต้องหันโฟกัสแพลตฟอร์มอื่น ๆ มากขึ้น แต่เชื่อเถอะว่า Google ยังคงเป็นแหล่งข้อมูลที่กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่เลือกใช้ และยังเป็นที่มาของปริมาณการเข้าชมที่ค่อนข้างเสถียรสำหรับหลายธุรกิจ

9 ทักษะ ที่คนทำคอนเทนต์ต้องรู้ สร้างแบรนด์ เพิ่มยอดขาย รับปี 2024

9. ออกแบบกราฟิก เขียนสคริปต์วิดีโอ 

การออกแบบกราฟิกและทำคลิปวิดีโอกลายเป็นทักษะสำคัญของคนทำคอนเทนต์ในปี 2024 ไปแล้ว เนื่องจากธุรกิจกว่า 86% ใช้วิดีโอเป็นเครื่องมือทำการตลาด และนักการตลาดมากถึง 92% พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า”คอนเทนต์ประเภทวิดีโอ” นับเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์การตลาดในยุคนี้

เว็บไซต์ Wyzowl ได้สำรวจผู้ทำการตลาดกว่า 500 คนในปี 2021 และพบว่าประเภทของวิดีโอที่ถูกสร้างขึ้นมากที่สุด คือ

• วิดีโอแนวอธิบาย (Explainer videos) คนทำคอนเทนต์การตลาดกว่า 74% กล่าวว่าพวกเขาทำคอนเทนต์วิดีโอ เพื่อใช้สำหรับการอธิบายผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ตนต้องการนำเสนอ

• วิดีโอสำหรับโซเชียลมีเดีย คนทำคอนเทนต์การตลาดอีก 68% กล่าวว่าพวกเขาสร้างวิดีโอคอนเทนต์สำหรับโพสต์ลงสื่อโซเชียลมีเดีย การสร้างสรรค์คลิปวิดีโอให้น่าสนใจนั้นเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับแบรนด์อีคอมเมิร์ซ เนื่องจากลูกค้าที่เลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มักต้องการดูว่าผลิตภัณฑ์มีลักษณะเป็นอย่างไร ซึ่งการนำเสนอผลิตภัณฑ์เป็นภาพเคลื่อนไหวนั้นจะช่วยทำให้ลูกค้าเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น 

• ความนิยมของวิดีโอ เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้แพลตฟอร์มอย่าง TikTok และ Snapchat เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะมันสามารถดึงดูดผู้ใช้ได้หลายล้านคนทั่วโลก ส่งผลให้บริษัทต่าง ๆ เร่งมองหาคนผู้เชี่ยวชาญด้านคอนเทนต์การตลาด ที่สามารถเขียนสคริปต์วิดีโอและสร้างวิดีโอคอนเทนต์ได้ด้วยตัวเองมากขึ้น

ยิ่งปรับตัวได้เร็วมากเท่าไหร่ คุณยิ่งมีโอกาสมากเท่านั้น อัปเดตข้อมูลให้พร้อม อย่าหยุดพัฒนา เตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเสมอ ไม่ว่าโลกจะหมุนไปเร็วแค่ไหน ถ้าคุณยังวิ่งตามทัน การจะครองตลาดและทำธุรกิจให้สำเร็จก็จะกลายเป็นเรื่องง่าย

. . .

อ้างอิง

1. Wanna Be A Content Writer in 2024? Make Sure You Have These Skills ที่มา : https://www.copylang.com/wanna-be-a-content-writer-in-2024-make-sure-you-have-these-skills/

2. 9 Content Marketing Skills You Need To Succeed In 2024 ที่มา : https://copyblogger.com/content-marketing-skills/

3. Content Marketing Skills: 9 Must-Haves for Content Success in 2024 ที่มา : https://www.mayple.com/blog/content-marketing-skills 

. . .

ขอแนะนำหลักสูตรออนไลน์ที่คนอยากสร้างตัวตน
ชอบเขียนคอนเทนต์ และอยากเปลี่ยนความรู้ให้กลายเป็นเม็ดเงิน

9 ทักษะ ที่คนทำคอนเทนต์ต้องรู้ สร้างแบรนด์ เพิ่มยอดขาย รับปี 2024

9 ทักษะ ที่คนทำคอนเทนต์ต้องรู้ สร้างแบรนด์ เพิ่มยอดขาย รับปี 2024

9 ทักษะ ที่คนทำคอนเทนต์ต้องรู้ สร้างแบรนด์ เพิ่มยอดขาย รับปี 2024
9 ทักษะ ที่คนทำคอนเทนต์ต้องรู้ สร้างแบรนด์ เพิ่มยอดขาย รับปี 2024

9 ทักษะ ที่คนทำคอนเทนต์ต้องรู้ สร้างแบรนด์ เพิ่มยอดขาย รับปี 2024

9 ทักษะ ที่คนทำคอนเทนต์ต้องรู้ สร้างแบรนด์ เพิ่มยอดขาย รับปี 2024

กลุ่มไลน์ 7D Hub ธุรกิจแข็งแกร่งแน่ แค่เติมเต็มความรู้อย่างต่อเนื่อง

สแกน QR Code เพื่อสั่งซื้อหลักสูตรได้ทันที

หรือคลิกที่ลิงก์นี้ได้เลย ➤ https://lin.ee/QOJZpRO

Scroll to Top