ทำไมคนธรรมดาที่กล้าเล่าเรื่อง…ถึงกลายเป็นคนที่โลกหันมาฟัง

วันนั้นผมนั่งอยู่ร้านกาแฟเล็ก ๆ แถวสุขุมวิท สั่งลาเต้มาแก้วนึง แล้วเปิดมือถือเลื่อนดูโพสต์แบบไม่คาดหวัง

เจอโพสต์นึงจากคนที่ผมไม่รู้จักเลย ไม่มีตำแหน่ง ไม่มีแบรนด์ ไม่มีชื่อเสียง เขาแค่เล่าเรื่องหนี้ก้อนแรกในชีวิตที่เกือบทำให้เขาเลิกทำธุรกิจ

ไม่มีกราฟิก ไม่มีสไลด์ ไม่มีแฮชแท็ก แต่ผมอ่านจบแล้วนิ่งไปเกือบครึ่งวัน

มันไม่ได้มีอะไรหวือหวา แต่มัน…จริง
และบางประโยคก็เหมือนพูดแทนหัวใจของผม

ตอนนั้นผมนั่งคิดเลยว่า… ทำไมโพสต์ธรรมดานี้ กลับดังกว่าคนเก่งอีกหลายคนที่เงียบ เขาแค่เล่าเรื่องของตัวเองเฉย ๆ ไม่พยายามสอน ไม่พยายามขาย แต่สิ่งที่เขาทำ คือ “เขากล้าเปลือยบางอย่าง ที่คนส่วนใหญ่ซ่อนไว้”

แล้วผมก็ได้คำตอบ โลกไม่ได้อยากฟังคนที่รู้เยอะที่สุด โลกอยากฟังคนที่ “จริงพอ” จนกล้าพูดในวันที่ยังไม่เพอร์เฟกต์

หลายคนอาจเคยเห็น “Alex Hormozi” เจ้าของแบรนด์ Acquisition.com รายได้ปีละหลายร้อยล้านเหรียญ

แต่คุณรู้ไหม…ตอนเขาเริ่มโพสต์คอนเทนต์ เขาไม่ได้พยายามพูดเรื่องธุรกิจเท่ แต่เขาโพสต์คลิปสั้น ๆ เล่าชีวิตตัวเอง ตอนที่เคยนอนอยู่ในรถ ตอนที่เคยหมดตัว ตอนที่ไม่มีใครอยากฟังเขาเลย

ภาพก็ไม่ได้สวย เสียงก็ดังบ้างเบาบ้าง แต่เนื้อหามันชัดเจน ตรง และเปลือยพอที่โลกจะฟัง

และวันนี้…โลกก็ฟังเขาจริง ๆ Hormozi เป็นตัวอย่างของ “คนเก่งที่เลือกเล่าแบบคนธรรมดา” ซึ่งน่ากลัวกว่าคนธรรมดาที่พยายามเล่าให้ดูเก่ง เพราะเมื่อคุณมีประสบการณ์ แล้วกล้าถอดเกราะ สิ่งที่เหลือ…คือพลังของความเป็นมนุษย์ ที่ AI เลียนแบบไม่ได้

รอให้เขียนดี รอให้มั่นใจ รอให้มีไลก์เยอะ
จนสุดท้าย… ไม่ได้โพสต์อะไรเลย

แล้ววันนึงผมก็คิดได้ว่า การรอให้พร้อมก่อนพูด ก็เหมือนการรอให้ตัวเองไม่กลัวก่อนจะลงสระ สุดท้ายก็ยืนหนาวอยู่ขอบสระทั้งชีวิต

ในขณะที่อีกคน เขาโดดลงไปก่อน
ว่ายไม่เป็นหรอก แต่อย่างน้อย…เขาได้เรียนรู้จากน้ำจริง ๆ

คุณอาจจะยังไม่รู้ว่า คนที่คุณเห็นว่า “เป็น KOL ดัง ๆ” ตอนนี้ เขาเริ่มจากโพสต์ธรรมดาที่ไม่มีใครกดไลก์ มีหลายคนที่ผมเคยเห็นตอนเริ่มต้น โพสต์แบบสั่น ๆ แต่กล้าเล่า พอเวลาผ่านไป 1 ปี 2 ปี เขากลายเป็นคนที่มี “เสียง” บนโลกออนไลน์จริง ๆ ไม่ใช่เพราะเขียนเก่ง แต่เพราะเขายอมให้ตัวตนของเขา “ถูกเห็น” ตั้งแต่ยังไม่มีคนดู

เล่าเรื่อง

หัวข้อไหนก็ได้ ภาษาไหนก็ไหล แต่… AI ยังไม่เคยรู้สึกว่าถูกปฏิเสธตอนโพสต์

มันไม่รู้ว่าการพิมพ์โพสต์แรกในชีวิต มือเราสั่นยังไง
มันไม่เคยคิดว่า “เรื่องของเรามันจะน่าเบื่อมั้ยวะ”
และมันไม่มีคำว่า “อาย”

คุณมีทั้งหมดนั้น คุณมีความรู้สึกที่ทำให้คำพูดของคุณ “ไม่เป็นแค่ข้อมูล” แต่เป็น “เรื่องเล่า” ที่มีหัวใจ และนั่นคือสิ่งที่ยังไม่มีใครแทนที่ได้

เขาไม่ได้เป็นเซเลบ
ไม่ได้เป็นยูทูบเบอร์
ไม่ได้หล่อหรือพูดเก่งอะไร

แต่เขากล้าเขียนเรื่องความล้มเหลวของตัวเอง ตอนเด็กเคยโดนบูลลี่ เคยติดเกม เคยถูกมองว่าไม่มีอนาคต เขาเล่าอย่างไม่กลัว ไม่ฟูมฟาย แต่ “ซื่อสัตย์” จนคนอยากฟัง

วันนี้เขาเป็น Ghostwriter รายได้หลักร้อยล้าน มีแบรนด์ที่แข็งแรงทั้งที่หน้าไม่ออกกล้องเลยด้วยซ้ำ

เพราะเขาเล่าในแบบที่ “ไม่มีใครเล่า”
แต่ตรงใจคนส่วนใหญ่ที่ “ไม่เคยพูด”

เล่าเรื่องแล้วคุณจะดัง โพสต์แล้วคุณจะกลายเป็นไวรัล

แต่ผมรู้แน่ ๆ ว่า ทุกครั้งที่คุณกล้าเล่าบางอย่าง คุณจะรู้จักตัวเองลึกขึ้นนิดนึง และคุณอาจทำให้ใครบางคนบนโลก รู้สึกว่า “เขาไม่ได้อยู่คนเดียว”

ผมมีนักเรียนคนนึง เคยเป็นแม่บ้านที่ไม่เคยโพสต์อะไรเลย เขาเขียนเล่าเรื่องลูกที่มีภาวะออทิสติก ไม่มีรูป ไม่มีตัดต่อ แต่มี “ความจริง” และ “ความรัก” แบบที่ไม่มีคอร์สไหนสอน วันนี้เขาได้เป็นแขกรับเชิญไปพูดในเวที TEDx เพราะโพสต์เดียวที่เขา “กล้าเล่า”

แล้วคุณล่ะ… จะให้เรื่องของคุณหายไปกับความเงียบ หรือจะลองเปิดปาก พิมพ์โพสต์ แล้วปล่อยให้โลกตัดสินเอง?

1. หยิบมือถือขึ้นมา แล้วเปิดแอปโน้ต

2. เขียนหัวข้อว่า “เรื่องที่ผมไม่เคยเล่า”

3. พิมพ์แบบไม่หยุด ไม่ต้องเรียง ไม่ต้องแก้

4. อ่านทวนในใจ

5. ถ้ารู้สึกว่า “อันนี้แหละใช่” กดโพสต์แบบไม่ต้องคิดเยอะ ถ้ายังไม่พร้อม…ก็เก็บไว้ก่อน แต่ อย่าลบ

บางทีคุณอาจจะค้นพบว่า ไม่ใช่ทุกเสียงต้องดัง แต่เสียงที่ “จริงพอ” จะไปถึงใจคนที่ใช่เสมอ

ยังไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ตัวเองคิด มันมีค่าพอไหม แต่พอเขียนไปเรื่อย ๆ ผมก็เริ่มได้ยินเสียงของตัวเองชัดขึ้น เริ่มรู้ว่า ไม่จำเป็นต้องเป็นนักเขียน แค่เป็น “คนที่เล่าเรื่องของตัวเองได้” ก็พอแล้ว

และใครจะรู้… บางเรื่องที่คุณกล้าเล่าวันนี้ อาจเป็นเรื่องที่ใครอีกคน “ต้องได้ยิน” ก่อนจะหมดแรงไปจริง ๆ

ครูพี่ม้อค ไม่ได้เริ่มจากการเขียนเก่ง
แต่เริ่มจากการไม่อยากให้เรื่องของตัวเองหายไปกับความเงียบ

และอยากเป็นพี่คนหนึ่ง…ที่บอกคุณว่า
“เล่าเถอะครับ ก่อนที่มันจะสายไป”

แม้ไม่มีชื่อเสียง ไม่มีทีม และไม่ถนัดเทคโนโลยี ไม่เคยใช้ AI ก็ทำสำเร็จได้

5 วันเต็ม ที่จะพาคุณจาก 0 → สู่รายได้หลักล้าน

DAY 1 : ขุดจุดแข็ง สร้างแบรนด์ที่ทำเงิน
DAY 2 : เขียนหนังสือ พร้อมขายได้ทันที
DAY 3 : สร้างคอนเทนต์ทั้งจักรวาล (คอร์ส, Podcast, Ads)
DAY 4 : กลยุทธ์สร้างแฟน–สร้างยอดขาย โดยไม่ต้องขาย
DAY 5 : วางแผนธุรกิจ KOL รายได้หลักล้านต่อปี

Scroll to Top